พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
12 สิงหาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนารถ วันแม่แห่งชาติ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน        ** การเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็น "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" กำหนดให้วันที่ 5 ตุลาคม ของทุกปี เป็น " วันนวัตกรรมแห่งชาติ " ดูรายละเอียดได้ที่นี่ << คลิ๊กที่นี่ >> **       ** วันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอสาธิราช ฯ สยามราชกุมาร **     *** the king พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช ***





ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  แนวทางและวัตถุประสงค์ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  โครงการตามพระราชดำริต่างๆ
  โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน



แนวทางและวัตถุประสงค์ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

๑. การแก้ไขปัญหาตามสภาพความเป็นจริงที่แตกต่างกัน การพัฒนาจะต้องเริ่มต้นจากสภาพความเป็นจริง ศึกษาว่าปัญหาของพื้นที่นั้นคืออะไร และเลือกใช้วิธีการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ แปรเปลี่ยนไปตามสภาพพื้นที่ และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน

๒. การแลกเปลี่ยนสื่อสารระหว่างนักวิชาการ นักปฏิบัติ และประชาชน การศึกษาค้นคว้าทดลองวิจัยต่าง ๆ ที่ได้ผลแล้ว ควรจะนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่จริงได้ ศูนย์ศึกษาฯ จึงควรเป็นแหล่งผสมผสานวิชาการและการปฏิบัติ เป็นแหล่งความรู้ของราษฎร เป็นแหล่งศึกษาทดลองของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนถ่ายทอดประสบการณ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างคน ๓ กลุ่ม คือ ราษฎร เจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่พัฒนาส่งเสริม และนักวิชาการ

๓. การพัฒนาแบบผสมผสาน ศูนย์ศึกษาฯ แต่ละแห่งจะเป็นแบบจำลองของพื้นที่และรูปแบบการพัฒนาที่ควรจะเป็น ในพื้นที่ลักษณะหนึ่ง ๆ นั้นจะสามารถใช้ประโยชน์ อย่างเต็มที่ได้โดยวิธีใดบ้าง มิใช่การพัฒนาเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง แต่พยายามใช้ความหลากหลายสาขาที่สุด โดยให้แต่ละสาขาเป็นประโยชน์เกื้อหนุนกับการพัฒนาสาขาอื่น ๆ ด้วย

๔. การประสานงานระหว่างหน่วยงานราชการ แนวทางการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาพัฒนาฯ ทุกแห่งเน้นการประสานงาน การประสานแผนและการจัดการระหว่าง กรม กอง และส่วนราชการต่าง ๆ ให้เกิดเป็นจริงขึ้น

๕. เป็นศูนย์รวมในการให้บริการประชาชนเพื่อให้ได้รับความสะดวก และประสิทธิภาพในการนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์สูงสุด



ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

          ในปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มีอยู่ทั้งหมด ๖ ศูนย์ กระจายอยู่ในภาคต่าง ๆ ทั้ง ๔ ภาค ดังนี้คือ

๑. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
          ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในด้านการศึกษาวิจัย ดินพรุในภาคใต้ ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านเกษตรกรรมให้ได้มากที่สุด



๒. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในด้านพัฒนาอาชีพต่าง ๆ ทั้งทางเกษตร อุตสาหกรรมในครัวเรือนและการพัฒนาหมู่บ้านตัวอย่าง

๓. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นศูนย์ที่มีเป้าหมายในการศึกษา ค้นคว้าเพื่อพัฒนา ปรับปรุง สภาพแวดล้อมด้านประมงชายฝั่งเพื่อให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิตเพื่อการพึ่งตนเองในระยะยาว

๔. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำร
          ตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ งานหลักของศูนย์คือการศึกษา ค้นคว้าเกี่ยวกับรูปแบบที่เหมาะสมของการพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำลำธาร เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ รวมทั้งรูปแบบการพัฒนาต่าง ๆ ที่ทำให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้โดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อม

๕. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
          ตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ศูนย์นี้มุ่งเน้นการศึกษาแนวทาง วิธีการที่จะพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม โดยพยายามหาวิธีการจะให้เกษตรกรมีส่วนในการปลูก ปรับปรุง และรักษาสภาพป่าพร้อมกับมีรายได้ และผลประโยชน์จากป่าด้วยในขณะเดียวกัน

๖. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ตั้งอยู่ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา งานหลักคือการค้นคว้า ทดลอง สาธิตเกี่ยวกับการพัฒนาที่ทำกินของราษฎรให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของพืชหลายชนิด

ลักษณะงานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์พัฒนาทั้ง ๖ ศูนย์ จะมีแนวดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ

ลักษณะงานจะเป็นในเรื่องของการศึกษาทดลอง และทดสอบตามสภาพของภูมิศาสตร์ เพราะว่าศูนย์พัฒนาทั้ง ๖ ศูนย์นั้น ต่างก็มีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกันออกไป งานของเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์นั้นจะไม่ทำการวิจัย เพราะว่างานวิจัยต่าง ๆ จะเป็นของนักวิชาการประจำห้องทดลอง ซึ่งวิจัย ค้นคว้าจนได้ผลแล้วจึงนำไปทดลองปลูกตามศูนย์ต่าง ๆ เช่น กรณีศึกษาในเรื่องของข้าว ซึ่งทางศูนย์จะไม่ศึกษาว่าข้าวชนิดไหนมีโปรตีนเท่าไร รากยาวแค่ไหน แต่จะศึกษาแต่เพียงว่าข้าวชนิดนี้เหมาะแก่ประเทศไทยในภูมิภาคไหน และก็นำข้าวชนิดนั้นไปทดลองปลูกตามศูนย์ต่าง ๆ ว่าดินชนิดที่วิจัยมาเหมาะกับข้าวชนิดใด และทดสอบได้เป็นผลดีแล้วจึงนำความรู้นั้นไปเผยแพร่ให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่นั้น เพื่อจะได้นำประโยชน์ที่ได้ไปพัฒนาการประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งว่า จะให้ศูนย์ทั้ง 6 เป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" เป็นศูนย์รวมซึ่งพัฒนางานทุกอย่าง และเป็นที่ที่เกษตรกรจะเข้าไปดูงานทุกอย่างได้โดยไม่ต้องไปไหนอีก ซึ่งสมัยก่อนนั้นเวลาจะดูงานทางด้านการประมง เกษตรกรก็ต้องไปสถานีประมง ถ้าจะดูเรื่องข้าวก็ต้องไปถึงที่แปลงข้าว แต่ในปัจจุบันเกษตรกรสามารถไปดูได้ที่ศูนย์ทันที ตัวอย่างเช่น ศูนย์พิกุลทอง ที่จังหวัดนราธิวาส ใครประสงค์จะดูงานด้านการเกษตรไม่ว่าด้านใดไปที่ศูนย์นี้ได้ทันที โดยศูนย์พร้อมจะให้บริการในทุก ๆ ด้าน

ลักษณะการให้ความรู้แก่ประชาชน
          ศูนย์จะนำงานวิจัยมาทดลองและทดสอบในการทำจริงๆ ให้ได้ผลตามที่วิจัยก่อนจะนำเผยแพร่แก่เกษตรกร เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีทางศูนย์จะจัดอบรมแก่เกษตรกรในบริเวณนั้น เป็นหลักสูตรต่าง ๆ โดยกำหนดเป็นเวลา ๓ หรือ ๕ วันตามแต่เรื่องที่ต้องการจะเผยแพร่

          ทุกศูนย์พัฒนาจะมี "หมู่บ้านรอบศูนย์" หรือ "หมู่บ้านบริวาร" ซึ่งหมู่บ้านเหล่านี้จะเป็น ผู้ทดลองการศึกษาก่อน เมื่อผลการศึกษาเป็นที่น่าพอใจแล้วก็จะกระจายความรู้ไปยังหมู่บ้านอื่น ๆ ในบริเวณนั้น จะเห็นได้ว่า "โรงเรียนพระดาบส" และศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการศึกษานอกระบบโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยโดยแท้จริง แม้ว่าศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะมีวัตถุประสงค์ในเบื้องแรกเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยทดลององค์ความรู้และนำผลที่ค้นพบไปเพื่อแก้ไขสภาพปัญหาในพื้นที่ อย่างไรก็ดี พระราชประสงค์ให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" นั้นคือ แนวพระราชดำริที่ทรงนำแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียนมาผสมผสานกับการพัฒนา จึงเป็นการศึกษาเพื่อการพัฒนาสำหรับประชาชนโดยแท้จริง



โครงการตามพระราชดำริต่างๆ

เจ้าหน้าที่และหน่วยงานของกรมการศึกษานอกโรงเรียนได้เข้าร่วมดำเนินการในโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมาดังนี้

โครงการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ได้ทรงเยี่ยมราษฎรชาวเขาเผ่าแม้ว บ้านขุนกลาง และชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง บ้านอ่างกาน้อย บ้านผาหมอน ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มีพระราชกระแสรับสั่งกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการที่จะเร่งพัฒนาและช่วยเหลือราษฎรในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการและกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ ในการพัฒนาชุมชนชาวเขาในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ขึ้น โดยมอบให้จังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการในเรื่องการศึกษา สาธารณสุขและกิจกรรมอื่น ๆ กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้มอบหมายให้ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ กลุ่มสนใจการศึกษาสายอาชีพ ๑๕๐ ชั่วโมง ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน ตู้หนังสือเคลื่อนที่ อบรมเสริมความรู้โสตทัศนศึกษาแก่ราษฎรชาวเขาในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน ๑๑ หมู่บ้าน ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมา

โครงการพัฒนาชุมชนตำบลบ้านจันทร์ ราษฎรตำบลบ้านจันทร์ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง ขาดโอกาสทางการศึกษา ไม่รู้หนังสือถึงร้อยละ ๘๗ ทำให้การพัฒนาในด้านต่าง ๆ เป็นไปอย่างลำบาก ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้เข้าร่วมดำเนินการในโครงการตามพระราชดำริตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๔ เป็นต้นมา โดยจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐานปีละ ๑๒ ห้องเรียน จัดหนังสือหมุนเวียนทุกหมู่บ้าน จัดการศึกษาผู้ใหญ่ ระดับ ๓-๔ และทางวิทยุและไปรษณีย์ จัดอบรมกลุ่มแม่บ้านและจัดโครงการวิชาชีพเคลื่อนที่สู่ชนบท

โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยแม่เพรียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เยี่ยมราษฎรบริเวณลุ่มน้ำห้วยแม่เพรียง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ ได้ทรงทราบสภาพปัญหาของท้องที่ ส่วนที่เป็นต้นน้ำลำธารนี้ จึงมีพระราชดำริให้กองฝึก อบรมพิเศษ ๑ กองทัพภาพที่ ๑ จัดทำโครงการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ โดยเน้นให้ราษฎรได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งทำกินของตนให้มากที่สุด กรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดเพชรบุรี ได้เข้าร่วมดำเนินงาน จัดสอนวิชาชีพระยะสั้น จัดที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน จัดกลุ่มสนใจ จัดโสตทัศนศึกษา และจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ เป็นต้นมา

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน เสด็จฯ ที่อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน ๒๖๔ ไร่ เพื่อใช้ปลูกสร้างพระตำหนักที่ประทัน เมื่อเสด็จฯ เยี่ยมโครงการต่าง ๆ พระองค์ทรงรับไว้และมีพระราชดำริให้พัฒนาที่แห่งนี้เป็นศูนย์สาธิตตัวอย่าง รวมเข้ากับการพัฒนาทางด้านเกษตรที่ทันสมัยไว้ด้วย จึงเกิดโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนขึ้น มีผู้บริจาคที่ดินสมทบเพิ่มขึ้นเป็น ๑,๒๒๗ ไร่เศษ กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้เข้าไปจัดการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน โครงการอบรมวิชาชีพในการให้การศึกษาผู้ใหญ่ในชนบท และดำเนินตามโครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือแห่งชาติให้แก่ราษฎรในเขตพื้นที่โครงการตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๒๗

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ เยี่ยมราษฎรในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ได้ทอดพระเนตรสภาพพื้นที่และความเป็นอยู่ของราษฎร มีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่และผู้ติดตามเสด็จฯ ดำเนินการพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่พรุประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ให้ราษฎรใช้เป็นที่ทำกินและพัฒนาขึ้นได้ จึงได้เกิดโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาขึ้นที่บ้านพิกุลทอง หมู่ที่ ๖ ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ เป็นต้นมา

ในการเสด็จฯ เยี่ยมโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๒๖ ได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า

"ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองเป็นศูนย์ที่รวบรวมกำลังทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ทุกกรมกองทั้งในด้านการเกษตร ด้านสังคม การส่งเสริมการศึกษารวมอยู่ด้วยกัน ก็หมายความว่า ประชาชนซึ่งจะต้องใช้วิชาการทั้งหลาย ก็สามารถที่จะมาดูและศึกษาได้ ส่วนเจ้าหน้าที่จะให้ความอนุเคราะห์แก่ประชาชน ก็จะอยู่พร้อมกันในที่เดียวกัน ซึ่งเป็นสองด้าน ก็หมายถึงว่า ที่สำคัญปลายทาง คือ ประชาชนจะได้รับประโยชน์และต้นทางคือผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่จะให้ประโยชน์"

กรมการศึกษานอกโรงเรียนได้เข้าไปดำเนินการ จัดสอนการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน สอนวิชาชีพต่าง ๆ จัดที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน บริการหนังสือเคลื่อนที่ จัดกลุ่มสนใจ จัดบริการโสตทัศนศึกษา จัดหีบหนังสือเคลื่อนที่ และโครงการรณรงค์เพื่อการรู้หนังสือแห่งชาติ ในพื้นที่ของโครงการตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ เป็นต้นมา

โครงการศิลปาชีพจังหวัดสกลนคร ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จฯ แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดสกลนคร ได้ทอดพระเนตรความเป็นอยู่ของราษฎร แล้วจึงมีพระราชดำริพระราชทานให้จังหวัดสกลนคร จัดโครงการศิลปาชีพขึ้น เพื่อพัฒนาอาชีพของประชาชนในด้านศิลปกรรมและหัตถกรรมพื้นบ้าน รวมทั้งการดูแลสุขภาพอนามัย การศึกษาและการอนุรักษ์วัฒนธรรมพื้นบ้าน กรมการศึกษานอกโรงเรียนโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดสกลนครได้เข้าร่วมในโครงการนี้ในด้านการสอนวิชาชีพระยะสั้นแก่ประชาชน จัดที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน กลุ่มสนใจโสตทัศนศึกษา และการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน ทั้งประเภทชั้นเรียนและครูอาสาสมัครเดินสอน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๖ เป็นต้นมา

โครงการพัฒนาที่ราบเชิงเขาจังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากที่ราบเชิงเขาที่ติดกับอุทยานแห่งชาติในเขตพื้นที่อำเภอนาดี สระแก้ว ประจันตคาม วัฒนานคร และกิ่งอำเภอคลองหาด จังหวัดปราจีนบุรี ยังไม่ได้พัฒนาให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ สำรวจทางอากาศแล้ว มีพระราชดำริให้มีการพัฒนาในทางเกษตรกรรม เพาะปลูกพืชไร่ ทำนา สงวนบำรุงป่าไม้ ปรับปรุงคุณภาพดินและจัดหาแหล่งน้ำ และให้พัฒนาประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้อย่างเร่งด่วน ส่วนราชการต่าง ๆ จึงได้เร่งดำเนินการตามพระราชดำริ กรมการศึกษานอกโรงเรียนโดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดปราจีนบุรี ได้เข้าเริ่มดำเนินการสอนวิชาชีพระยะสั้น จัดกลุ่มสนใจ การศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ ที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน และโสตทัศนศึกษา ให้แก่ประชาชนในพื้นที่นี้ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ เป็นต้นมา

โครงการสวนป่าเปิดเขาเขียว เป็นโครงการตามพระราชดำริเพื่อสร้างและส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติในบริเวณเขาเขียว อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอหนองบัวแดง อำเภอคอนสาร อำเภอภูเขียว และอำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ กรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดได้เข้าไปดำเนินการสอนวิชาชีพระยะสั้น จัดกลุ่มสนใจที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน โสตทัศนศึกษา การศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐาน หีบหนังสือสู่ประตูบ้านและการอบรมผู้ใหญ่ในชนบทให้กับราษฎรในเขตสวนป่าเปิดเขาเขียวดังกล่าว ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗

โครงการเพื่อความมั่นคงบริเวณห้วยปลาดุก เป็นโครงการปรับปรุงพื้นที่เพาะปลูกให้ราษฎรในบริเวณห้วยปลาดุก ตั้งแต่อำเภอปากชม ถึงอำเภอนาด้วง จังหวัดเลย และมีการพัฒนาด้านอื่น ๆ ด้วยกรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเลยได้เข้าไปจัดอบรมวิชาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ โสตทัศนศึกษา และที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านให้ราษฎรในโครงการนี้

โครงการศิลปาชีพเพื่อความมั่นคงจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นการพัฒนาชาวเขาเผ่ามูเซอ ม้ง กะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ตามเชิงเขาและบนภูเขาในท้องที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนให้อยู่เป็นที่รู้จักทำมาหากินเป็นหลักแหล่ง กรมการศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เข้าไปสอนวิชาชีพระยะสั้น และการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จขั้นพื้นฐานประเภทอาสาสมัครเดินสอนให้

โครงการอาศรมวัดญาณสังวราราม ตั้งขึ้นตามพระราชดำริให้ราษฎรบริเวณชายแดนภาคตะวันออกมารับการฝึกอบรมความชำนาญด้านการเกษตร ด้านคุณธรรม จริยธรรม การรู้หนังสือที่วัดญาณสังวราราม อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี กรมการศึกษานอกโรงเรียน โดยกองปฏิบัติการศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดชลบุรี และศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณชายแดนภาคตะวันออก อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ได้ร่วมกันจัดสอนวิชาชีพระยะสั้น กลุ่มสนใจ และที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านให้ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๙ เป็นต้นมา



โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

          โครงการตามพระราชดำริที่นับเนื่องในพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการศึกษานอกโรงเรียนที่สำคัญโครงการหนึ่งคือ โครงการสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน ซึ่งได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๑๑ ดังพระราชปรารภและพระราชดำริในตอนต้นของหนังสือสารานุกรมแต่ละเล่มต่อไปนี้

          "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชปรารภว่า การเรียนรู้ในเรื่องราวและวิชาการสาขาต่าง ๆ โดยกว้างขวาง เป็นเหตุให้เกิดความรู้ ความคิด และความฉลาด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ช่วยให้บุคคลสามารถสร้างประโยชน์สุข สร้างความเจริญมั่นคงให้แก่ตนเองทั้งแก่สังคม และบ้านเมืองอันเป็นที่พึ่งอาศัยได้ ทุกคนจึงควรมีโอกาสที่จะศึกษาหาความรู้ได้ตามความประสงค์และกำลังความสามารถโดยทั่วกัน

ทรงพระราชดำริว่า หนังสือประเภทสารานุกรมนั้น บรรจุสรรพวิชาการอันเป็นสาระไว้ครบทุกแขนง เมื่อมีความต้องการหรือพอใจจะเรียนรู้เรื่องใดก็สามารถค้นหาอ่านทราบโดยสะดวก นับว่าเป็นหนังสือที่มีประโยชน์เกื้อกูลการศึกษา เพิ่มพูนปัญญาด้วยตนเอง ของประชาชนอย่างสำคัญ โดยเฉพาะในยามที่มีปัญหาการขาดแคลนครูและที่เล่าเรียนเช่นขณะนี้ หนังสือสารานุกรมจะช่วยคลี่คลายให้บรรเทาเบาบางลงได้เป็นอย่างดี จึงมีพระราชดำรัสให้ตั้งโครงการสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชนฯ ซึ่งดำเนินการสร้างหนังสือสารานุกรมฉบับใหม่อีกชุดหนึ่ง มีความมุ่งหมายที่จะนำวิชาการแขนงต่าง ๆ ที่ควรศึกษา ออกเผยแพร่แก่เยาวชนให้แพร่หลายทั่วถึงเพื่อเยาวชนจักได้หาความรู้ช่วยตัวเอง ได้จากการอ่านหนังสือ และเพื่อให้ได้ประโยชน์อันกว้างขวางยิ่งขึ้น ทรงกำหนดหลักการทำคำอธิบายเรื่องต่าง ๆ แต่ละเรื่องเป็นสามตอนหรือสามระดับสำหรับให้เด็กรุ่นเล็กอ่านเข้าใจได้ระดับหนึ่ง สำหรับเด็กรุ่นกลางอ่านเข้าใจได้ระดับหนึ่งและสำหรับเด็กรุ่นใหญ่รวมถึงผู้ใหญ่สนใจอ่านได้อีกระดับหนึ่ง เพื่ออำนวยโอกาสให้บิดามารดาสามารถใช้หนังสือนั้นเป็นเครื่องมือแนะนำวิชาแก่บุตรธิดาและให้พี่แนะนำวิชาแก่น้องเป็นลำดับกันลงไป นอกจากนั้น เมื่อเรื่องหนึ่งเรื่องใดมีความเกี่ยวพันต่อเนื่องถึงเรื่องอื่น ๆ ก็ให้อ้างอิงถึงเรื่องนั้น ๆ ด้วยทุกเรื่องไป ด้วยประสงค์จะให้ผู้ศึกษาทราบตระหนักว่าวิชาการแต่ละสาขามีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องถึงกัน พึงจะศึกษาให้ครบถ้วนทั่วถึง"

โดยพระราชดำริดังกล่าว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนขึ้นดำเนินการโดยคณะกรรมการ ซึ่งได้วางแผนและดำเนินงานเป็นขั้นตอน แต่เนื่องจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับสารานุกรมในรูปลักษณะเช่นนี้ เป็นแนวความคิดใหม่ไม่ปรากฎว่ามีประเทศใดกระทำเป็นตัวอย่างมาก่อน ดังนั้นการดำเนินงานต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีการศึกษา มีการทดลอง และกระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปด้วยความรอบคอบ โดยได้มีการจัดแบ่งวิทยาการของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนออกเป็น ๔ สาขา คือ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ พร้อมกับกำหนดหัวข้อเรื่อง และวิทยากรผู้เขียนเรื่องต่าง ๆ ของแต่ละสาขาวิชา

ในปัจจุบันได้มีการจัดพิมพ์สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนแล้ว รวม ๒๖ เล่ม ดังต่อไปนี้

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๑ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๖ มีเรื่อง ๙ เรื่อง คือดวงอาทิตย์ อุปราคา ท้องฟ้ากลางคืน นก ปลา เครื่องจักรกล พลังงาน อากาศยาน ดนตรีไทย

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๒ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๘ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ การจำแนกและจัดลำดับหมวดหมู่ของสัตว์ เวลา บรรยากาศ การตรวจอวกาศ อุตสาหกรรม อุปกรณ์ขยายขอบเขตของสัมผัส มหาราชในประวัติศาสตร์ไทย การศึกษา กรุงเทพมหานคร ตราไปรษณียากรไทย

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๓ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๐ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ ข้าว ข้าวโพด ฝ้าย ยางพารา ทรัพยากรป่าไม้และผลิตผลป่าไม้ การทำไม้ วัชพืช วัว ควาย ช้าง

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๔ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๑ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต การหายใจ ความสมดุลของของเหลวในร่างกาย ไวรัส ปรากฎการณ์ของอากาศ ภูมิอากาศ รถไฟ การศาสนา การต่างประเทศสมัยรัตนโกสินทร์ ลำดับพระมหากษัตริย์ไทย

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๕ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๓ มีเรื่อง ๘ เรื่อง คือ ผัก ไม้ผล อ้อย มันสำปะหลัง พืชหัว การขยายพันธ์ เป็ด ไก่ พันธุ์ไม้ป่า

สารานุกรมฯ เล่ม ๖ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๕ มีเรื่อง ๑๕ เรื่อง คือ คณิตศาสตร์เบื้องต้น ประวัติและพัฒนาการเกี่ยวกับจำนวนเซต ตรรกวิทยา ฟังก์ชั่น สมการและอสมการ จุด เส้น และผิวโค้ง ระยะทาง พื้นที่ ปริมาตร สถิติ ความน่าจะเป็น เมตริกซ์ กราฟ และคณิตศาสตร์ธรรมชาติ และศิลปะ

สารานุกรมฯ เล่ม ๗ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๕ มีเรื่อง ๙ เรื่อง คือ กล้วยไม้ ผีเสื้อในประเทศไทย การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โรคพืช ครั่ง การเลี้ยงปลา การชลประทาน บ้านเรือนของเรา โทรคมนาคมภาคแรก

สารานุกรมฯ เล่ม ๘ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๖ มีเรื่อง ๗ เรื่อง คือ ประวัติการแพทย์และเภสัชกรรมไทย กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา การกำเนิดของโรค การบริบาลทารกและโรคทางกุมารเวชศาสตร์ ศัลยศาสตร์และวิสัญญีวิทยา เลือดและธนาคารเลือดในประเทศไทย อุบัติเหตุและการปฐมพยาบาล

สารานุกรมฯ เล่ม ๙ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๘ มีเรื่อง ๑๓ เรื่อง คือ เรื่องของยา สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา วิธีการทางการแพทย์ ในการควบคุมการเจริญพันธุ์ การทำแท้ง การสาธารณสุข โรคมะเร็ง รังสีวิทยา ฟังและเหลือกของเรา เวชศาสตร์ชันสูตร เวชศาสตร์ฟื้นฟู นิติเวชศาสตร์ โภชนาการ ยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท

สารานุกรมฯ เล่ม ๑๐ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๐ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ โรคทางอายุรศาสตร์ โรคติดต่อและโรคเขตร้อน โรคภูมิแพ้ โรคผิวหนังที่พบบ่อยในประเทศไทย โรคตา โรคหู คอ จมูก จิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิต สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ การปลูกกระดูกข้ามคน

สารานุกรมฯ เล่ม ๑๑ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๑ มีเรื่อง ๙ เรื่อง คือ วิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ระบบการสั่งงานคอมพิวเตอร์ การประยุกต์คอมพิวเตอร์ การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบ สิ่งประดิษฐ์จากพัฒนาการด้านคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม ผลของการใช้คอมพิวเตอร์ การพัฒนาอักษรไทยในเครื่องคอมพิวเตอร์

          สารานุกรมฯ เล่ม ๑๒ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๑ มีเรื่อง ๒๓ เรื่อง คือ การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุขในชนบท การบริการตอบแทนผู้ทำหน้าที่ป้องกันประเทศ ทุนการศึกษา การศึกษาต่อเนื่อง ห้องสมุด สารานุกรม การสังคมสงเคราะห์ สมาคมและมูลนิธิเพื่อการกุศล การประกันสังคม โครงการหลวงกับการพัฒนาที่สูง การเกษตรที่สูงในประเทสนไทย การเลี้ยงปศุสัตว์ การบริโภคและอุตสาหกรรมนม ฝนหลวง การพัฒนาชนบท การพัฒนาเกษตรกรรมสำหรับพื้นที่เฉพาะ การสหกรณ์ การอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร การป้องกันและบรรเทาน้ำท่วม ธนาคาร การพัฒนาฝีมือแรงงานและอุปกรณ์การผลิต แผนที่

          สารานุกรมฯ เล่ม ๑๓ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๒ มีเรื่อง ๑๑ เรื่อง คือ เรือนไทยชีวิตชนบทไทย หัตถกรรมพื้นบ้าน จิตรกรรมไทย นาฏศิลป์ไทย ตุ๊กตาไทย การละเล่นของไทย อาหารไทย การประดิษฐ์ ผักและผลไม้ การเพาะเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ธนาคาร

สารานุกรมฯ เล่ม ๑๔ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๓ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ พระราชวังในกรุงเทพมหานคร พระราชวังในส่วนภูมิภาค ประติมารกรรมไทย อาหารสัตว์ พืชอาหารสัตว์ การปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ ข้าวฟ่าง เทคโนโลยีชีวภาพ สารพิษและสิ่งปนเปื้อนอาหาร สมุนไพร

สารานุกรมฯ เล่ม ๑๕ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๔ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ ผึ้ง การเลี้ยงผึ้งโพรงไทย ยาสูบ ไม้สัก ผ้าไทย ชุมชนโบราณในเมืองไทยจากหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศ น้ำเสีย ขยะมูลฝอย มลพิษทางอากาศ ปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับสากล

สารานุกรมฯ เล่ม ๑๖ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๕ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ การบูรณะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระไตรปิฎกและการชำระพระไตรปิฎก การอนุรักษ์โบราณสถานและโบราณวัตถุ ศิลาจารึก และการอ่านจารึก สังคมและวัฒนธรรมไทย การผลิตหนังสือ การดนตรี สำหรับาเยาวชน การช่างและหมู่บ้านช่าง ดาวเทียมเพื่อการเกษตร การฟื้นฟูสมรรถภาพเยาวชนผู้พิการด้านการศึกษา

สารานุกรมฯ เล่ม ๑๗ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๖ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ ช้างเผือก ฉันทลักษณ์ไทย ระบบนิเวศและความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับสิ่งมีชีวิต โรคตับอักเสบจากไวรัส ของเสียที่เป็นอันตราย การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ปอแก้ว ปอกระเจา พืชเส้นใย การปรับปรุงพันธ์พืช ข้าวสาลี

สารานุกรมฯ เล่ม ๑๘ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๗ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ สภาพแวดล้อมกับการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในประเทศไทย ประเพณีหลวงและประเพณีราษฎร์ การแต่งกายของคนไทย กฎหมายกับสังคมไทย ประวัติการพิมพ์ไทย ภาษาและอักษรไทย ยาฆ่าแมลง ดิน และปุ๋ย การเลี้ยงหมู ระบบการค้าผลิตผลการเกษตร

สารานุกรมฯ เล่ม ๑๙ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๘ มีเรื่อง ๙ เรื่อง คือ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พืชน้ำมัน การถนอมผลิตผลการเกษตร ม้า แมลง เครื่องมือทางการแพทย์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ศิลปการนับเบื้องต้น ภูมิปัญญาชาวบ้าน สารกึ่งตัวนำ

สารานุกรมฯ เล่ม ๒๐ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๘ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ ศาสนาและระบบความเชื่อในประเทศ ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับต่างประเทศ จิตรกรรมไทยแบบประเพณี เสียงและมลภาวะทางเสียง เลเซอร์ เซลล์แสงอาทิตย์ อัญมณี เวชศาสตร์การบิน กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อมหรือโรคเอดส์ การปลูกถ่ายอวัยวะ

สารานุกรมฯ เล่ม ๒๑ ได้พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๓๙ มีเรื่อง ๑๐ เรื่อง คือ ขบวนพยุหยาตรา วีรสตรีไทย ศิลปการทอ เครื่องถม เครื่องจักสาน เครื่องปั้น การตลาดและการส่งออกศิลปหัตถกรรม พฤกษศาสตร์พื้นบ้าน การอนุรักษ์พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ องค์การสหประชาชาติ

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๒๒ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๔๐ มีทั้งหมด ๙ เรื่อง คือ ภาษาศาสตร์ เครื่องถ้วยไทย เครื่องจักสาน ไม้ดอกหอมของไทย เครื่องทุ่นแรงและเครื่องจักรกลเกษตร อาชีวอนามัย ครอบครัวไทย สัตว์ทะเลหน้าดิน และ ท่าอากาศยาน

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๒๓ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๔๑ มีทั้งหมด ๑๐ เรื่อง คือ ภูมิปัญญาไทย วัฒนธรรมทางละครไทย (ละครรำ) การละเล่นพื้นเมือง ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย ชาติพันธุ์ เฟิร์นไทย ไม้ในวรรณคดีไทย(ตอน๑) การทำงานใต้น้ำ ระบบวิทยุ และ การผลิตเบียร์

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๒๔ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๔๒ มีทั้งหมด ๙ เรื่อง วรรณคดีมรดก ไม้ในวรรณคดีไทย (ตอน๒) เมืองหลวงเก่าของไทย การผลิตรถยนต์ การผลิตรถจักรยานยนต์ การผลิตปูนซีเมนต์ ปิโตเลียมและการผลิต โรคติดเชื้ออุบัติใหม่และโรคติดเชื้ออุบัติซ้ำ และ แผนพัฒนาประเทศ

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๒๕ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๔๔ มีทั้งหมด ๘ เรื่อง ซอฟต์แวร์พื้นฐานสำหรับสำนักงาน ระบบฐานข้อมูล วิวัฒนาการของไมโครคอมพิวเตอร์ การพัฒนาซอฟต์แวร์ โครงข่ายประสาทเทียม อินเทอร์เน็ต การประยุกต์ใช้ภาษาไทยบนคอมพิวเตอร์ และ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศ ในต้นศตวรรษที่ ๒๑

สารานุกรมฯ เล่มที่ ๒๖ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๔๕ มีทั้งหมด ๙ เรื่อง นิทานพื้นบ้านไทย ห้องสมุดเสียงแห่งแรกของไทย ชุมชน การใช้สื่อประสมส่งเสริมการศึกษา เชื้อเพลิง ยานยนต์ และสิ่งแวดล้อม การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวผักและผลไม้ สัม สัตว์ในระบบนิเวศป่าชายเลน และ หอยเป๋าฮื้อ

<< กลับไปเมนู >>                     << กลับไปด้านบน >>
T h e P u b l i c    R e l a t i o n s    D e p a r t m e n t    R e g i o n 3    C h i a n g M a i
จัดทำและบริหารระบบ โดย ศูนย์สารสนเทศ สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่
49 ถนนประชาสัมพันธ์ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง เชียงใหม่ 50-100
โทร. 0-5328-3734 - 6 / แฟ็กซ์. 0-5328-3738